23 กุมภาพันธ์ 2562 ฝุ่นพิษ 2.5-ทําป่วยนับหมื่น พบ 8 จังหวัด ภาคเหนือยังวิกฤติ

ที่มา: https://www.thairath.co.th/content/1502821

วิกฤติฝุ่นละอองทางภาคเหนือยังสูง เปิดเผยเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 ก.พ. ที่ศูนย์บัญชาการควบคุมสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือกองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้าขึ้น ที่ค่ายกาวิละ จังหวัดเชียงใหม่ รองแม่ทัพภาคที่ 3 ประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์หมอกควัน พบจุดความร้อน Hotspot 692 จุด ใน 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบนประกอบด้วย เชียงใหม่ 198 จุด ลำปาง 166 จุด ตาก 83 จุด ลำพูน 81 จุด แม่ฮ่องสอน 63 จุด น่าน 48 จุด แพร่ 28 จุด และพะเยา 25 จุด ประสานไปยัง ผวจ.ของแต่ละจังหวัด ที่มีค่า PM.25 สูงเกินมาตรฐาน นำรถดับเพลิงมาฉีดพ่นม่านน้ำเป็นเครื่องฟอกอากาศด้วยน้ำ ส่วนของกองทัพอากาศส่งเครื่องบินบรรทุกน้ำบินขึ้นจากสนามบินเชียงใหม่ไปบินโปรยน้ำ เพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศทั้งในตัวเมืองเชียงใหม่ ขณะที่กลุ่มระบาดวิทยาและข่าวกรอง กลุ่มควบคุมโรคในเขตเมือง สคร.1 เชียงใหม่ กรมควบคุมโรค ได้รายงานผ่านเว็บไซต์ว่าจากการเฝ้าระวังผลกระทบด้านสุขภาพจากภาวะหมอกควันในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 1 ในระหว่างวันที่ 10-16 ก.พ. ใน 8 จังหวัดภาคเหนือ ประกอบไปด้วย เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง น่าน และลำพูน มีข้อมูลรายงานการเฝ้าระวังผลกระทบด้านสุขภาพใน 4 กลุ่มโรค จำนวนทั้งสิ้น 26,614 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 707.28 ต่อประชากรแสนคน กลุ่มโรคที่มีรายงานสูงสุดได้แก่ กลุ่มโรคทางเดินหายใจ ทุกชนิดอัตราป่วย 360.18 ต่อประชากรแสนคน รองลงมาได้แก่ กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดทุกชนิด อัตราป่วย 295.25 ต่อประชากรแสนคน กลุ่มโรคผิวหนังอักเสบ อัตราป่วย 27.35 ต่อประชากรแสนคน และกลุ่มโรคตาอักเสบ อัตราป่วย 24.50 ต่อประชากรแสนคน กลุ่มอายุที่มีรายงานมากที่สุด ได้แก่ กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 11,974 ราย เพศหญิงและชายมีอัตราส่วนการรายงานใกล้เคียงกันคือ 1.22 : 1 กลุ่มผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) มีรายงานป่วยเป็นโรคในกลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดทุกชนิด และกลุ่มโรคทางเดินหายใจทุกชนิดมากที่สุด 7,773 ราย และ 3,550 ราย ตามลำดับ กลุ่มเสี่ยงที่มีโรคประจำตัว ส่วนใหญ่ยังเป็นกลุ่มผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง และเบาหวาน 6,061 ราย และ 822 ราย ในขณะที่กลุ่มผู้ป่วย COPD และหอบหืด ยังมีรายงานไม่มากเท่า 2 กลุ่มที่กล่าวมา กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ปริมาณ PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง เพิ่มขึ้นจากเมื่อวันที่ 21 ก.พ. เล็กน้อย มีค่าฝุ่นละออง 12-35 มคก./ลบ.ม. โดยปริมาณฝุ่นละอองยังคงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) คุณภาพอากาศอยู่ในระดับดีถึงดีมาก ทั้งนี้ คาดการณ์สถานการณ์จากแบบจำลองการคาดการณ์ปริมาณ PM2.5 ของ คพ. คาดว่าในวันที่ 23 ก.พ.ปริมาณ PM2.5 มีแนวโน้มลดลง ประกอบกับการดำเนินมาตรการ เพื่อลดฝุ่นละอองของหน่วยงานต่างๆ อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง จะช่วยให้ปริมาณฝุ่นละอองลดลงได้ ขณะที่สถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับดีถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ ปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 33-100 มคก./ลบ.ม. (มาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) พื้นที่วิกฤติสีแดงคือ จังหวัดเชียงใหม่ ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม 100 มคก./ ลบ.ม. และ จังหวัดลำปาง ตำบลพระบาท อำเภอเมือง 93 มคก./ลบ.ม. ส่วนพื้นที่ฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐานในระดับสีส้ม ได้แก่ ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง 61 มคก./ ลบ.ม. ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง 57 มคก./ลบ.ม. จังหวัดลำปาง ตำบลบ้านดง อำเภอแม่เมาะ 71 มคก./ลบ.ม. ตำบลแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ 67 มคก./ลบ.ม. จังหวัดลำพูน ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง 88 มคก./ลบ.ม. จังหวัดน่าน ตำบลในเวียง อำเภอเมือง 62 มคก./ลบ.ม. จังหวัดแพร่ ตำบลนาจักร 67 มคก./ลบ.ม. จ.แม่ฮ่องสอน ตำบลจองคำ อำเภอเมือง 59 มคก./ลบ.ม. จังหวัดตาก ตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด 63 มคก./ลบ.ม. ด้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น ตำบลในเมือง อำเภอเมือง 67 มคก./ลบ.ม. คพ.ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ งดการเผาในที่โล่งเพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละออง และส่งผลกระทบต่อสุขภาพ กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศว่า ตั้งแต่ช่วงเดือน ก.พ.นี้ ไปจนถึงเดือน เม.ย.2562 จะเกิดปรากฏการณ์อุณหภูมิผิวน้ำทะเลของมหาสมุทร แปซิฟิกเขตศูนย์สูตร มีค่าสูงกว่าค่าปกติ 0.5-0.6 องศาเซลเซียส (ค่าปกติ 0.5 องศาเซลเซียส) หรือ เอลนีโญกำลังอ่อน จะส่งผลกระทบให้ประเทศไทยมีอุณหภูมิสูงกว่าค่าปกติ ปริมาณน้ำฝนบริเวณประเทศไทยตอนบนจะต่ำกว่าค่าปกติร้อยละ 10-30 คาดว่า ในช่วงเดือน มี.ค. ปริมาณฝนรวมจะต่ำกว่าค่าปกติร้อยละประมาณ 10 ทั่วประเทศ ส่วนอุณหภูมิเฉลี่ย จะสูงกว่าค่าปกติประมาณ 1 องศาเซลเซียส และมีอากาศร้อนจัดหลายพื้นที่ในบางวัน อุณหภูมิสูงที่สุด 40-43 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและตอนบนของภาคกลางและภาคตะวันออก แต่บางช่วงจะมีฝนตกลงมาจะช่วยคลายความร้อนลงได้ ขณะที่สภาพอากาศในสัปดาห์นี้ ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าว มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน และมีฝนเกิดขึ้นบางพื้นที่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ขณะที่ลมฝ่ายตะวันตกพัดปกคลุมภาคเหนือตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า อากาศร้อนในตอนกลางวัน และมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง สำหรับอ่าวไทยและภาคใต้มีลมตะวันออกพัดปกคลุม ทำให้ภาคใต้มีฝนบางพื้นที่ส่วนมากทางตอนล่างของภาค บริเวณจังหวัดสงขลา ยะลา นราธิวาส กระบี่ ตรัง และสตูล